ไฟ LED อุปกรณ์ต่อพ่วงวิชันซิสเต็ม CA-D ซีรี่ส์

แผ่นแปลงความยาวคลื่นทำให้สามารถทำการตรวจจับด้วยแบ็คไลต์ได้ในที่ที่ติดตั้งแบ็คไลต์ได้ยาก
CA-DWC30

กลไกการแปลงความยาวคลื่น

การใช้แผ่นแปลงความยาวคลื่นร่วมกับไฟ LED สีน้ำเงินและฟิลเตอร์ตัดแสงสีน้ำเงินเป็นเทคโนโลยีแสงแบบใหม่ที่สามารถ นำมาใช้ให้ได้ภาพที่มีแบ็คไลต์ด้วยการใช้ไฟสะท้อน

มีเฉพาะ แสงรอบข้าง

นี่คือภาพที่ได้จากการนำชิ้นงานสีขาว มาวางบนแผ่นแปลงความยาวคลื่น และแผ่นสีขาว

ติดตั้งไฟ สีน้ำเงิน

นี่คือภาพที่ได้เมื่อส่องแสงสีน้ำเงิน พื้นหลังสีขาวและแผ่นสีขาวที่แผ่น จะแสดงภาพเป็นสีน้ำเงิน แผ่นแปลง ความยาวคลื่นแปลงแสงสีน้ำเงินเป็นสีส้ม เจือสีแดงและสะท้อนสีนี้ออกมา

เพิ่มการติดตั้ง ฟิลเตอร์ตัดแสง สีน้ำเงินบนเลนส์

ฟิลเตอร์ตัดแสงสีน้ำเงินตัดแสงสะท้อน ในช่วงสีน้ำเงิน และมีเพียงแสงจาก แผ่นแปลงความยาวคลื่นเท่านั้นที่เข้ามาสู่ เลนส์ ด้วยวิธีนี้ จะได้ภาพเหมือนกับที่ได้ จากชิ้นงานสีขาวที่ถูกส่องด้วยแบ็คไลต์

การประยุกต์ใช้งาน

การจัดแนว

เป็นเรื่องยากที่จะเดินสายเคเบิล เมื่อทำการฝังไฟในแท่นวางที่กำลังเคลื่อนที่ แต่ก็มีบางครั้งที่ความเปรียบต่างที่เกิดจากแค่แสงสะท้อนไม่เพียงพอ ด้วยการใช้แผ่นแปลง ความยาวคลื่น เราสามารถได้ภาพแบบแบ็คไลต์ได้โดยไม่ต้องเดินสายใดๆ ทำให้ได้การตรวจจับที่มีความเสถียร

ใช้เฉพาะไฟสะท้อนสีน้ำเงิน

ความเปรียบต่างของเครื่องหมายการจัดแนวไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถทำการตรวจจับที่มีความเสถียรได้

ใช้แผ่นแปลงความยาวคลื่น

ความเปรียบต่างที่ได้รับเทียบเท่ากับภาพที่จับด้วยแบ็คไลต์ ซึ่งช่วยให้การจัดวางแนวแม่นยำยิ่งขึ้น

การตรวจสอบพื้นผิวของเหลว

ถ้าประมาณว่าไม่มีที่ว่างให้ติดตั้งแบ็คไลต์เมื่อทำการตรวจสอบพื้นผิวของเหลวที่เครื่องเติม และจำเป็นต้องใช้ไฟสะท้อนแทน แม้ว่าจะติดตั้งไฟนั้นได้ในพื้นที่แคบๆ ก็ยังสามารถได้ภาพแบบแบ็คไลต์ด้วยการห่อแผ่นแปลงความยาวคลื่นรอบแกนหมุน

ใช้เฉพาะไฟสะท้อนสีน้ำเงิน

เนื่องจากผลจากการสะท้อนจากพื้นผิวของชิ้นงาน จึงไม่สามารถ ได้ภาพพื้นผิวที่มีความเสถียร

ใช้แผ่นแปลงความยาวคลื่น

เฉพาะผิวหน้าของของเหลวเท่านั้นที่แสดงเป็นภาพแบ็คไลต์ อย่างชัดเจน ทำให้สามารถตรวจสอบพื้นผิวของของเหลว ได้อย่างมีความเสถียร

อาจมีสิ่งแปลกปลอมบนพื้นผิวของแผ่นแปลงความยาวคลื่นบ้าง แต่ถึงจะมีอยู่จริง ผลิตภัณฑ์นั้นก็ยังมีคุณสมบัติอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานการตรวจสอบ และการมีสิ่งแปลกปลอมสารไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นบกพร่อง