สิ่งสำคัญที่ควรทราบในการเลือกเครื่องสแกนเลเซอร์อินไลน์แบบ 2D/3D

ประสิทธิภาพในการบันทึกภาพของส่วนรับแสง

เหตุผลหลักที่ต้องระมัดระวังเรื่องประสิทธิภาพในการบันทึกภาพของส่วนรับแสงคือ ไม่มีข้อมูลจำเพาะที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพดังกล่าว
ในส่วนนี้จะกล่าวถึงปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาถึงนอกเหนือไปจากข้อมูลจำเพาะเมื่อเลือกใช้เครื่องสแกนเลเซอร์อินไลน์แบบ 2D/3D

การวัดชิ้นงานที่มีหลายสี

ส่วนรับภาพที่เหมาะสมสำหรับเครื่องสแกนเลเซอร์แบบ 2D/3D นั้น จะต้องมีช่วงไดนามิคที่กว้าง และสามารถตรวจจับได้ทั้งแสงที่อ่อนและเข้มได้อย่างแม่นยำ (โดยที่แสงไม่อิ่มตัว)

[ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะกับชิ้นงานที่มืด]กำลังแสงเลเซอร์เข้มหรือมีเวลาฉายแสงที่ยาวนาน / [สีมืด]มีแสงสะท้อนในปริมาณที่พอเหมาะ, [สีสว่าง]แสงสะท้อนเข้มและอิ่มตัวมากเกินไป

[ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะกับชิ้นงานที่สว่าง]กำลังแสงเลเซอร์อ่อนหรือมีเวลาฉายแสงที่สั้น / [สีมืด]แสงสะท้อนอ่อนเกินไปจึงตรวจจับยาก, [สีสว่าง]มีแสงสะท้อนในปริมาณที่พอเหมาะ

※ข้อควรระวัง:หากแสงที่ได้รับมีความอิ่มตัว โปรไฟล์ที่ได้อาจดูเหมือนถูกต้องเมื่อซูมออก แต่เมื่อซูมเข้า โปรไฟล์จะไม่เหมาะสม

ตัวอย่างการเปรียบเทียบการตรวจสอบรอยเชื่อมของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

การวัดด้วยช่วงไดนามิคแคบ

ตรวจจับแสงที่สะท้อนจากรอยเชื่อมได้ไม่ถูกต้อง

การวัดด้วยช่วงไดนามิคกว้าง

เราสามารถตรวจจับรอยเชื่อมได้อย่างถูกต้อง

ตัวอย่างการเปรียบเทียบการตรวจสอบความสูงและปริมาณของสารผนึก

การวัดด้วยช่วงไดนามิคแคบ

แสงสะท้อนจากพื้นผิวโค้งทำให้การตรวจจับไม่คงที่

การวัดด้วยช่วงไดนามิคกว้าง

ตรวจจับความลาดเอียดได้อย่างเสถียรด้วยเช่นกัน

การจับภาพชิ้นงานที่มีรูปร่างที่ละเอียด

หากประสิทธิภาพในการจับภาพของ CMOS เหมือนกัน การใช้ช่วงห่างที่สั้นลงสำหรับข้อมูลจะทำให้ภาพชิ้นงานมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น

ใช้ช่วงห่างข้อมูลที่สั้น

ใช้ช่วงห่างข้อมูลที่ยาว

อย่างไรก็ตาม หากประสิทธิภาพในการจับภาพของ CMOS ต่ำ ตัวอย่างเช่น หากการตรวจจับพื้นที่ด้วยแสงสะท้อนในปริมาณน้อยนั้นทำได้ยาก การใช้ช่วงห่างข้อมูลที่สั้นลงจะยังคงส่งผลให้เป็นไปตามนี้

  • สิ่งสำคัญในการเลือก ประสิทธิภาพในการตรวจจับภาพของCMOSคือสิ่งสำคัญสำหรับการตรวจจับภาพที่มีรูปร่างที่ละเอียดได้อย่างถูกต้อง
  • สิ่งสำคัญในการเลือก แนะนำให้ใช้ช่วงห่างข้อมูลที่สั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจจับของCMOS

ช่วงการวัดจริง

ความเร็วในการสุ่มตัวอย่างเริ่มต้นจะตั้งค่าไว้ที่ 1 kHz ในผลิตภัณฑ์ LJ-V7000 ซีรี่ส์
การใช้ความเร็วในการสุ่มตัวอย่างที่ 8 kHz หรือมากกว่านั้นจะต้องลดช่วงการวัดลงสำหรับการประมวลผลข้อมูลที่ลดลง
ในทางกลับกัน หากใช้ความเร็วในการสุ่มตัวอย่างที่ 8 kHz โดยไม่ลดช่วงการวัดลง จะต้องตัดทอนข้อมูลลงสำหรับการประมวลผลข้อมูลที่ลดลง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย เครื่องมือวัดที่มีช่วงห่างข้อมูลที่ 10 μm นั้นจะถูกนำไปใช้จับภาพรูปร่างที่มีรายละเอียดมากได้อย่างถูกต้องมากกว่า แต่การใช้ที่ 8 kHz ทำให้ต้องตัดทอนข้อมูลออกไป ส่งผลให้ช่วงห่างข้อมูลกลายเป็น 20 μm
ถึงแม้ว่าจะตั้งใจใช้เครื่องมือที่ 8 kHz แต่ช่วงการวัดที่แคบลงจะส่งผลให้ใช้เครื่องมือได้เพียง 4 kHz

เมื่อใช้ LJ-V7000 ซีรี่ส์

ไม่ต้องตัดทอนข้อมูล
ช่วงการวัดแบบเต็ม

~4kHz

ไม่ต้องตัดทอนข้อมูล
ช่วงการวัด: ลดลงครึ่งหนึ่งในแนวตั้ง

~8kHz

ตัดทอนข้อมูล
ช่วงการวัดแบบเต็ม

~16kHz

ตัดทอนข้อมูล
ช่วงการวัด: ลดลงครึ่งหนึ่งในแนวตั้งและแนวนอน

~64kHz

ความเร็ว

สำหรับการใช้งานในสายการผลิตนั้น ทั้งสามสิ่งต่อไปนี้คือปัจจัยสำคัญสำหรับความเร็วในการสุ่มตัวอย่างของเครื่องสแกนเลเซอร์แบบ 2D/3D

  • ช่วงการวัด
  • ประสิทธิภาพในการจับภาพของ CMOS
    / การวัดโปรไฟล์ที่มีรายละเอียดมาก
  • ความเสถียรของข้อมูล

ช่วงการวัด

ตามที่ระบุไว้ใน “2. ช่วงการวัดจริง”การเพิ่มความเร็วอาจส่งผลให้ช่วงการวัดแคบลงหรือต้องตัดทอนข้อมูลออกไป
จำเป็นจะต้องตรวจยืนยันก่อนว่าเป็นไปตามเงื่อนไขที่จำเป็นที่ความเร็วในการสุ่มตัวอย่างที่ต้องการหรือไม่

ประสิทธิภาพในการจับภาพของ CMOS
/ การวัดโปรไฟล์ที่มีรายละเอียดมาก

เมื่อความเร็วในการสุ่มตัวอย่างเพิ่มขึ้น เวลาในการฉายแสงต่อตัวอย่างจะสั้นลง
ต้องใช้ความระมัดระวังในการวัดชิ้นงานที่มีแสงสะท้อนน้ำ ชิ้นงานที่มืด หรือชิ้นงานที่มีพื้นผิวลาดเอียง

การสุ่มตัวอย่างด้วยความเร็วต่ำ ที่ 1 kHz

การสุ่มตัวอย่างด้วยความเร็วสูง ที่ 8 kHz

เมื่อวัดรูปร่างที่มีรายละเอียดมาก หากใช้การสุ่มตัวอย่างด้วยความเร็วสูงจะเกิดความเสี่ยงที่จะตรวจจับไม่ได้ในบางตำแหน่ง

การสุ่มตัวอย่างด้วยความเร็วต่ำ

การสุ่มตัวอย่างด้วยความเร็วสูง

ความเสถียรของข้อมูล

ตามเส้นขอบด้านล่าง การประมวลผลฟิลเตอร์ เช่น การหาค่าเฉลี่ย จะดำเนินการด้วยการสุ่มตัวอย่างด้วยความเร็วสูงเพื่อทำให้ข้อมูลมีความเสถียร
การใช้การประมวลผลฟิลเตอร์ข้อมูลที่มีจำนวนมากขึ้นก็จะยิ่งทำให้ข้อมูลมีความเสถียรมากขึ้น จึงเรียกได้ว่า ยิ่งใช้ความเร็วในการสุ่มตัวอย่างสูงขึ้น ความเสถียรก็จะยิ่งมากขึ้นไปด้วย

ค่าที่วัดได้มีความเสถียร

  • ผลลัพธ์จากการหาค่าเฉลี่ย 3 โปรไฟล์ ในรุ่นทั่วไป ความเสถียรในการวัดจะถูกจำกัดไว้เนื่องจากความเร็วในการสุ่มตัวอย่างที่ไม่เพียงพอให้ลดรอบเวลาได้ตามที่ต้องการ
  • รุ่นทั่วไป
  • ผลลัพธ์จากการหาค่าเฉลี่ย 720 โปรไฟล์ LJ-V ซีรี่ส์มีความเสถียรของโปรไฟล์ที่สูงขึ้นอย่างมากโดยการใช้ความเร็วในการสุ่มตัวอย่างที่สูงเป็นพิเศษที่เร็วกว่ารุ่นทั่วไปถึง 240 เท่า ทำให้สามารถหาค่าเฉลี่ยของโปรไฟล์ และตัดค่าที่ผิดปกติออกไปได้ด้วยฟิลเตอร์ Median
  • LJ-V